บทที่ 3 ดูแลผู้พิพากษาภาณุอย่างดี

อรวรรณยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว ยังไม่ทันจะตั้งสติได้ เธอก็ได้ยินวาจาแทะโลมอันน่ารังเกียจของธงชัย

หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน "เปล่านะคะ! มีคนผลักฉันต่างหาก!"

สิ้นเสียงของเธอ เหล่าบรรดาไฮโซหนุ่มที่นั่งรายล้อมอยู่ต่างพากันยกมือขึ้นทันทีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

"พวกเราเปล่านะ ผู้หญิงที่คุณธงชัยหมายตาไว้ ใครจะกล้าไปแตะต้อง?"

"ถึงจะมีคนผลักจริง แต่คนตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเจาะจงล้มลงในอ้อมกอดคุณธงชัยด้วยล่ะ? ตั้งใจอ่อยชัด ๆ!"

ธงชัยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "กลัวอะไร ชอบฉันมันน่าอายตรงไหน?"

อรวรรณเพิ่งตระหนักได้ว่าร่างกายของเธอแนบชิดกับเขามากเพียงใด เธอจึงรีบดิ้นรนจะลุกขึ้นหนี

ทว่ามือหนาของธงชัยกลับกดเอวเธอไว้อย่างแน่นหนา ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา เขาผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่คนในอ้อมกอดนี้กลับมีเอวที่คอดกิ่วเป็นพิเศษ ราวกับว่าถ้าเขาออกแรงบีบอีกนิด เพียงมือเดียวก็คงกำได้รอบ

คิดได้ดังนั้น ธงชัยก็กางนิ้วออกทำท่าจะวัดขนาดเอวของเธอจริง ๆ

เมื่อพันธนาการที่เอวคลายออกเล็กน้อย อรวรรณจึงฉวยโอกาสนั้นพยายามจะดีดตัวลุกขึ้น

แต่ในวินาทีถัดมา ประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มท่าทางสำอางคนหนึ่งเดินยิ้มร่าเข้ามา พร้อมกับใครอีกคนที่เดินตามหลังมาติด ๆ

"กว่าจะเชิญตัวมาได้นะครับท่านผู้พิพากษา... เอ้า! พวกเรา ยินดีต้อนรับหน่อยเร็ว"

บรรยากาศในห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ธงชัยเป็นจุดเดียว

ธงชัยยกมือขึ้นตบเบา ๆ สองสามที "ท่านผู้พิพากษาให้เกียรติมาเยือนถึงที่ นับเป็นวาสนาของพวกเราจริง ๆ"

เมื่อลูกพี่เปิดทาง เหล่าลูกสมุนไฮโซจึงพากันเอ่ยทักทายตาม

อรวรรณที่ยังนั่งอยู่บนตักของธงชัยตัวแข็งทื่อไปทันที

ผู้พิพากษา? ภาณุ? ...โลกจะกลมเกินไปไหม?

เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จึงค่อย ๆ หันหน้าไปมอง

ประตูห้องเปิดกว้าง ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มยืนเด่นเป็นสง่า แสงไฟจากทางเดินด้านหลังสาดส่องเข้ามา ขับเน้นโครงหน้าอันหล่อเหลาแต่ทว่าเย็นชาให้ดูโดดเด่นสมบูรณ์แบบ

ไม่ใช่ภาณุแล้วจะเป็นใครไปได้?

ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากันเร็วขนาดนี้

ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในอกของอรวรรณ

เขาคือคนที่มอบฝันร้ายในคุกตารางให้เธอถึงสามปี ทำให้เธอต้องสิ้นเนื้อประดาตัวไร้ที่ซุกหัวนอน!

ชะตากรรมของคนในตระกูลศิริบูรณ์เป็นอย่างไรบ้าง เธอก็ยังไม่รู้ข่าวคราวเลยจนถึงตอนนี้...

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแรงอาฆาตของเธอรุนแรงเกินไปหรือเปล่า? ภาณุจึงหันขวับมามองทางนี้

เสี้ยววินาทีก่อนที่สายตาจะปะทะกัน อรวรรณกัดฟันแน่นแล้วซุกหน้าเข้าหาอกของธงชัยทันที

ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เธอไม่อยากให้เขาเห็นเธอในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนี้

ธงชัยเข้าใจผิดคิดว่าเธอกำลังออดอ้อน จึงยิ้มอย่างพึงพอใจพลางเขี่ยติ่งหูเธอเล่น

"ท่านผู้พิพากษาอาจจะดูน่าเกรงขามไปหน่อย แต่ก็ไม่ต้องกลัวจนตัวสั่นขนาดนั้นหรอกน่า"

อรวรรณก้มหน้านิ่งไม่ตอบโต้ ร่างกายเกร็งเครียดจนสัมผัสได้

เธอรู้สึกได้ว่า... ภาณุกำลังจ้องมองมาที่เธอ

ธงชัยเองก็สัมผัสได้เช่นกัน

"ท่านผู้พิพากษามองแบบนี้... หรือว่าสนใจเด็กของผม? แต่น่าเสียดายนะ ดูเหมือนแม่หนูคนนี้จะไม่ชอบคุณ สงสัยจะกลัวความดุของคุณเข้าแล้วล่ะ"

ธงชัยโอบเอวหญิงสาวแน่นขึ้น พลางเลิกคิ้วมองภาณุอย่างท้าทาย

ภาณุไม่เล่นด้วย เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดูแคลน "ผมมีคู่หมั้นแล้ว"

พูดจบ เขาก็เดินเข้ามานั่งลง

ตระกูลทองแพและตระกูลวงค์แก้วต่างเป็นขั้วอำนาจใหญ่ที่คานกันอยู่ในกรุงเทพฯ ที่นั่งของภาณุจึงถูกจัดให้อยู่ข้างธงชัยโดยปริยาย

ขณะทิ้งตัวลงนั่ง หางตาของภาณุเหลือบไปเห็นหญิงสาวในอ้อมกอดของธงชัย เขารู้สึกสะดุดใจเล็กน้อย

รูปร่างของผู้หญิงคนนี้ ให้ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด เหมือนกับ...

อรวรรณ

ทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอนึกถึงผู้หญิงคนนั้น ภาณุก็ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

โทษจำคุกสามปีของเธอยังเหลืออีกหลายเดือน ป่านนี้เธอก็ควรจะนอนซมอยู่ในเรือนจำ

เขาจึงสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

เมื่อนั่งลงเรียบร้อย บริกรก็รีบนำแก้ววิสกี้ชั้นดีเข้ามาเสิร์ฟอย่างนอบน้อม

ภาณุรับแก้วไว้แต่ไม่ดื่ม ปกติเขาไม่ชอบสถานที่อโคจรแบบนี้ แต่วันนี้ที่ยอมมาก็เพราะมีธุระสำคัญ

"ที่ผมมาวันนี้ เพราะอยากจะถามคุณธงชัยว่า โครงการสวนสนุกบนเกาะของตระกูลเปี่ยมสุขจะเอายังไงต่อ?"

ก่อนหน้านี้ตระกูลเปี่ยมสุขได้เริ่มโครงการก่อสร้างสวนสนุกบนเกาะแห่งหนึ่ง จนถูกชาวบ้านฟ้องร้อง ศาลได้ออกหมายเรียกให้ตัวแทนบริษัทเปี่ยมสุขไปให้การ แต่เมื่อถึงวันนัด ฝั่งจำเลยกลับไม่มีใครมา

ธงชัยทำท่าแคะหูอย่างไม่ยี่หระ

"ท่านผู้พิพากษาเป็นคนดีจนเพี้ยนไปแล้วหรือเปล่า? พวกเราเป็นนักธุรกิจนะ ไม่ใช่มูลนิธิการกุศล"

"ไอ้พวกชาวบ้านมันก็แค่โลภมาก อยากได้เงินเพิ่ม ถ้าบริษัทเปี่ยมสุขยอมตามใจพวกมัน ใครจะรับประกันว่าพวกมันจะไม่เรียกร้องจนขูดรีดเราหมดตัว?"

ภาณุนั่งไขว่ห้าง นิ้วเรียวยาวเคาะเข่าเป็นจังหวะช้า ๆ แผ่รังสีอำมหิตกดดันคนรอบข้าง

"ถ้าบริษัทเปี่ยมสุขอยากได้ที่ดินบนเกาะ ก็ต้องแสดงความจริงใจให้สมน้ำสมเนื้อ ผมไม่สนว่าพวกคุณจะไปตกลงกับชาวบ้านยังไง แต่อำนาจศาลไม่ใช่เรื่องล้อเเล่น! นัดไต่สวนครั้งหน้า ถ้าบริษัทเปี่ยมสุขยังไม่ส่งคนไปอีก โครงการนี้ก็เตรียมพับเก็บได้เลย"

ทุกคนในห้องต่างเข้าใจความนัยนั้นดี

นี่คือคำขู่

หากไม่ให้ความร่วมมือ ภาณุมีวิธีร้อยแปดที่จะทำให้โครงการของธงชัยล่มไม่เป็นท่า

ไม่มีใครคาดคิดว่าภาณุจะกล้าหักหน้าธงชัยกลางวงเหล้าขนาดนี้

บรรยากาศในห้องพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับสงครามประสาทกำลังจะระเบิด

อรวรรณที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของธงชัย รู้สึกสมเพชตัวเองจับใจ

ช่างน่าขันสิ้นดี... แม้แต่ชาวบ้านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ภาณุก็ยังพร้อมจะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้

แต่กับเธอ... เขาไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้เธออธิบาย กลับพิพากษาผลักไสเธอลงนรกทั้งเป็น

"ท่านผู้พิพากษานี่ช่างเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมจริง ๆ"

ธงชัยพูดแทงใจดำเธอออกมา พลางปรบมือประชดประชัน

"ถ้าไม่รู้นี่คงนึกว่าตระกูลทองแพแอบไปตกลงผลประโยชน์อะไรกับพวกชาวบ้านไว้ลับหลัง"

ภาณุตอบเสียงเรียบ "มันเป็นหน้าที่"

"หน้าที่... พูดได้ดี"

ธงชัยแสยะยิ้ม สายตากวาดมองไปที่อรวรรณแวบหนึ่ง

"งานของท่านผู้พิพากษา ผมยินดีให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ในเมื่อวันนี้คุณอุตส่าห์มาเหยียบถิ่นผม คุณก็ควรจะให้ความร่วมมือกับผมบ้างสิ จริงไหม?"

ลางสังหรณ์ร้ายแรงผุดขึ้นในใจของอรวรรณ

และมันก็เป็นจริง วินาทีต่อมา ธงชัยคว้าไหล่เธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นจากตัก

"ที่รัก เมื่อกี้คงได้ยินที่ท่านผู้พิพากษาภาณุพูดแล้วนะ? ชะตาโครงการของบริษัทเปี่ยมสุขอยู่ในกำมือเธอแล้ว ไป... ไปปรนนิบัติท่านผู้พิพากษาให้ดี ๆ หน่อย"

สิ้นคำ ธงชัยก็ผลักร่างบางกระเด็นไปทางภาณุอย่างแรง

"ท่านผู้พิพากษาภาณุวางใจได้ นังหนูนี่สะอาดสะอ้าน ผมยังไม่ได้เชยชมเลยสักนิด ยกให้คุณเปิดซิงก่อนเลย"

"เรื่องคุณพลอยไม่ต้องห่วง พวกเราที่นี่ปากหนักกันทุกคน"

ธงชัยมองภาณุด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

เขามั่นใจว่าสองคนนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังกันแน่ ไม่อย่างนั้นแม่สาวน้อยคนนี้คงไม่มีปฏิกิริยาหวาดกลัวขนาดนั้น

ชัดเจนว่าเธอรู้จักภาณุมาก่อน และที่สำคัญ... เธอกลัวเขามาก

อรวรรณไม่ทันตั้งตัว ถูกผลักจนถลาไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าภาณุอย่างน่าเวทนา

สายตาคมกริบของภาณุกดมองลงมาที่ศีรษะของเธอ หญิงสาวกัดฟันแน่น ก้มหน้าแทบจะจมดิน

"ท่านผู้พิพากษารักมั่นกับคู่หมั้น ฉันไม่อยากเป็นตัวปัญหา ฉัน..."

เธอพยายามเค้นสมองหาข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอด

สามปีในคุกนรกนั่นไม่เพียงทำลายจิตวิญญาณ แต่ยังทำลายเส้นเสียงของเธอจนแหบพร่า เธอมั่นใจว่าตราบใดที่ไม่สบตา ภาณุจะไม่มีวันจำเธอได้

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ภาณุยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

"ลุกขึ้น"

น้ำเสียงนั้นช่างดูสุภาพบุรุษเหลือเกิน

หัวใจของอรวรรณบีบตัวแน่น เธอยิ่งก้มหน้าต่ำลงไปอีก

ภาณุมองหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างรบกวนจิตใจเขารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

แสงไฟในห้องสาดกระทบร่าง ไฝเม็ดเล็กสีแดงที่ไหปลาร้าของหญิงสาวกระแทกเข้าตาเขาอย่างจัง

ดวงตาของภาณุเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที เขาเอื้อมมือไปบีบปลายคางของอรวรรณ แล้วกระชากให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา

ใบหน้าซีดเผือดของอรวรรณปรากฏชัดในครรลองสายตา

ความสงบนิ่งในแววตาของภาณุถูกแทนที่ด้วยความรังเกียจขยะแขยงในฉับพลัน

"ทำไมเป็นเธอ?!"

พูดจบ เขาก็สะบัดมือออกราวกับเพิ่งสัมผัสโดนสิ่งปฏิกูล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป